Just Say "NO"

เชื่อว่ามีหลายคน รวมทั้งตัวผมเองก็เคยเป็นคือ การที่ไม่กล้าพูดปฏิเสธใครบางคน เพราะรู้สึกกลัวเขาจะไม่พอใจ กลัวเสียความสัมพันธ์ หรืออะไรต่างๆนานา ที่ต้องยอมทำตามไป ทั้งๆที่ตัวเองต้องลำบากใจ เข้าข่ายเป็นมนุษย์ที่เรียกว่า People pleaser คือ คนที่พยายามทำให้คนอื่นพอใจและยอมรับตนเอง โดยมักจะให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้อื่นก่อนความต้องการของตนเอง จนอาจละเลยความรู้สึกของตัวเอง และไม่กล้าปฏิเสธคำขอต่างๆ คนที่มีลักษณะแบบนี้ มักมีรากฐานมาจากประสบการณ์ในวัยเด็ก ที่เติบโตในครอบครัวที่เข้มงวดซึ่งต้องทำตามความต้องการของผู้ใหญ่เสมอ ในบางคนเคยผ่านประสบการณ์ถูกปฏิเสธหรือทอดทิ้ง จนเกิดความกลัวว่าจะถูกทิ้งอีก บางคนอาจได้รับการชื่นชมเฉพาะเวลาที่ทำตามใจคนอื่นทำให้เติบโตมาพร้อมความเชื่อว่าต้องทำให้คนอื่นพอใจจึงจะมีคุณค่า ซึ่งผมมักจะพูดถึงเสมอว่า "เกิดมาเพื่อถามหาความรัก" สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสาเหตุเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้กลายเป็นคนประเภท People Pleaser โดยไม่รู้ตัว
จำได้ว่า สมัยก่อนเป็นคนขี้สงสาร มีอารมณ์ร่วมกับความรู้สึกลำบากแทนคนอื่นสูง ซึ่งในตอนนั้นยังไม่เข้าใจเรื่องของมนุษย์ จนใครมาขอให้ช่วยเหลือเรื่องอะไรก็ยินดีทำให้หมด โดยเฉพาะเรื่องเงิน พอเห็นว่าเรามีเงิน ก็จะเข้ามาคบหา และก็มีข้ออ้างมากมาย(ที่น่าสงสารและคำลวง) ขอยืมเงิน ตั้งแต่หลักพัน หมื่น จนถึงแสน ขอยืมต้นเดือน สัญญารับปากกับน้ำตาว่าจะจ่ายสิ้นเดือน เมื่อได้เงินไป พอถึงสิ้นเดือน ก็มีข้ออ้างไปเรื่อยๆพร้อมกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ไม่เหมือนตอนที่มายืม สุดท้ายก็หายไป ก็เพราะเราไม่กล้าพูดปฏิเสธ ตอนนั้นมองว่าทุกคนต้องเคารพในคำพูดที่รับปากไว้เหมือนตัวเอง และคิดว่าการที่ให้ความช่วยเหลือกัน ก็ต้องได้รับสิ่งดีๆจากการช่วยเหลือ แต่ก็คิดผิดมาตลอด ลองคิดดูนะ ถ้าเราให้เขายืมเงิน เราก็ทุกข์ใจที่เขาไม่คืน(ส่วนใหญ่ไม่ได้คืน)และก็เสียเขาไป มันจะต่างอะไรกับ ถ้าเราปฏิเสธเขาตั้งแต่แรก เขาอาจต่อว่าไม่ช่วย และเสียเขาไป สุดท้ายไม่ว่าจะให้ หรือไม่ให้ ยังไงก็ต้องเสียเขาไป ทำให้คิดได้ว่า ถึงเวลาที่จะต้องตัดใจเตะคนพวกนี้ออกจากชีวิตไป เพื่อกรองคนไม่ดีออกไปจากไทม์ไลน์ของชีวิต น่าจะดีกว่าที่จะเก็บไว้ โดยไม่มีประโยชน์ต่อใจ แค่มีความกล้าที่จะพูดปฏิเสธ เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ช่วยเหลือใครเลย เพียงให้มีสติในการตัดสินจะช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจริงๆ ซึ่งต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่เคยทำดีต่อกัน และพิสูจน์ว่าเขาเป็นคนทำดีกับเราจริงๆ ไม่ได้ทำดีเพื่อหวังประโยชน์
เคยเป็น Mr.Yes คือยอมใครทุกเรื่อง ไม่เคยขัดใจใคร เพราะกลัวเขาไม่รัก ใช้ชีวิตแบบถามหาความรัก ซึ่งยอมรับว่าโง่มาหลายปี เสียเวลา เสียความรู้สึกไปมาก กว่าจะได้บทเรียนของชีวิตที่แพงที่สุด ก็ยังดีที่ได้รู้ ได้เข้าใจ ถึงมันจะช้าไป แต่ก็ดีกว่ายึดติดกับความโง่ของตัวเองไปจนตาย และที่สำคัญคือ ถ้าไม่รู้ปฏิเสธในบางเรื่อง เอาแต่เก็บทุกข์ของคนอื่นเข้ามาไว้ในใจ วันๆคิดแต่เรื่องของคนอื่น จนลืมว่าตัวเองต้องการอะไรจากการใช้ชีวิต มองไม่เห็นหนทางความสุข อยู่กับความทุกข์ของคนอื่นที่ดันไปผูกกับตัวเอง ดังนั้น เราต้องกล้าที่จะปฏิเสธในสิ่งที่เราคิดว่าไม่มีผลดีกับเรา ไม่มีประโยชน์จากการยอมรับและทำตามใครต่อใครหรือฝืนใจทำตามคนอื่นเพื่อให้คนอื่นมีความสุข โดยที่ลืมความสุขของตัวเอง ต้องหัดที่จะปฏิเสธให้เป็น อย่าลืมนะว่าเราต้องอยู่กับตัวเราไปตลอดชีวิตจนถึงปลายทาง ถ้ารู้ตัวว่าอะไรที่ไม่เหมาะกับเรา อย่าไปเสียเวลา เสียความรู้สึก ให้ออกมาอยู่กับตัวเอง เราจะรู้จักตัวเราเองมากกว่าคนอื่น รู้ว่าอะไรชอบ อะไรไม่ชอบ จึงต้องใส่ใจตัวเองให้มากๆ สุดท้ายของลมหายใจ ก็มีแต่เพียง จิตและตัวเราเท่านั้นที่ยังอยู่ด้วยกัน ไม่มีใครอยู่กับเราตลอดไป
พ่อหมูตู้


